เพื่อคุณ ช.ช้างชรา
วันก่อนโน้นนนน..เล่าเรื่องทำบุญไปแล้ว
วันนี้ขอต่อด้วยเรื่องทำดีนะคะ
เนื่องจากนิตยสาร Secret ได้ชวนอาสาสมัครประมาณ 50 ท่าน
ไปช่วยปลูกพืชอาหารช้างที่จังหวัดกาญจนบุรี
นกยูงก็เลยมีโอกาสไปร่วมด้วย
แต่ไปแบบขับรถตามไปเอง
รถบัสของ Secret ล้อหมุนตั้งแต่ 7 โมง
ส่วนรถเรากว่าจะออกก็ 8 โมงแล้ว
ขับไป แวะไป รถก็ติด (เพราะออกสายนั่นแหละ)
กว่าจะถึงที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างกาญจนบุรี (Elephant’s World)
หรือบ้านพัก ช.ช้างชรา ก็ตั้งเกือบบ่ายโมงแล้ว
ได้ช่วยเค้าปลูกกล้วยไปไม่กี่ต้นเอง
ยังไม่ทันเหงื่อออกเลย..
หน่อกล้วยที่ทางศูนย์ฯ เตรียมไว้ให้...ก็หมดแล้ว
ดีนะที่ได้แวะซื้ออุปกรณ์ปลูกต้นไม้ต่าง ๆ
(เช่น จอบ พลั่ว อีเตอร์ หมวก ถุงมือ)
มาบริจาคให้ศูนย์ฯ ไว้ด้วย
ก็เลยแอบเข้าข้างตัวเองว่า
ไม่ค่อยได้ออกแรงช่วย แต่ก็ยังได้ช่วยเรื่องอุปกรณ์หละ(วะ)
(ประมาณพวกองุ่นเปรี้ยว มะนาวหวาน)
หลังจากปลูกกล้วยเรียบร้อยก็ได้เวลาพาช้างอาบน้ำ
แต่นกยูงไม่ได้ลงไปด้วยหรอกนะคะ
เพราะไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยน
แล้วช่วงนี้..น้ำก็เย็นมากด้วย บรึ๋ย! แค่คิดก็หนาวแล้ว
ศูนย์ฯ ถูกก่อตั้งขึ้นโดยนายแพทย์สามารถ ประสิทธิ์ผล
คุณหมอ(ช้าง) เล่าให้ฟังว่า
มีเจ้าของช้างรายหนึ่งมาปรึกษาคุณหมอว่าจะหาที่อยู่
ให้ช้างชรา 3 เชือก
ในตอนแรกคุณหมอคิดว่าจะพาช้างเข้าโครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ
แต่เกรงว่าช้างจะไม่สามารถหากินในป่าเองได้ เพราะแก่มากแล้ว
ก็เลยคิดว่าจะดูแลเอง
ซึ่งเมื่อเจ้าของทราบเช่นนั้นจึงได้บริจาคที่ดินให้
จำนวนประมาณ 130 ไร่
เพื่อให้คุณหมอดำเนินการเป็นศูนย์ฯ ดังกล่าว
ปัจจุบันที่ศูนย์ฯ มีช้างอยู่ประมาณ 5-6 เชือก
(ตามที่นกยูงได้เห็นเองนะคะ)
และช้างแต่ละเชือกมีประวัติที่น่าสงสารมาก
อย่างพังสมบูรณ์หรือน้องแต๋น อายุ 55 ปี แล้ว
เค้าจะมีใบหูที่แหว่ง เพราะเคยถูกใช้งานลากไม้ในป่า
ใบหูจึงถูกหนามกิ่งไม้เกี่ยวขาดวิ่นเป็นริ้ว ๆ
พังสงกรานต์อายุ 70 ปี เคยเดินทัวร์ที่ภูเก็ต
ตอนมาที่ศูนย์ฯ สภาพเค้าคือ
ไม่มีฟัน งวงไม่มีแรงหยิบจับอาหาร กินไม่ได้ นอนไม่ได้
เวลานอนต้องยืนพิงต้นไม้หลับ
คุณหมอดูแลให้อาหารให้วิตามิน
จนปัจจุบันเค้าก็แข็งแรงขึ้น สามารถลงเล่นน้ำกับเพื่อน ๆ ได้แล้ว
นอกจากช้างชราแล้ว ที่ศูนย์ฯ ยังเป็นที่พักของลูกช้างจำนวนหนึ่ง
ระหว่างที่เจ้าของยังถูกจับกุมและดำเนินคดีด้วย
แต่ก็แค่ชั่วคราวนะคะ
ไม่อยากนึกเลยว่าถ้าถึงเวลาที่เจ้าของกลับมารับพวกเค้าไปแล้ว
เค้าจะต้องไปผจญกับอะไรอีกบ้าง
“บ้านพัก ช.ช้างชราไม่มีบริการจากช้างใด ๆ ทั้งสิ้น
ไม่มีขี่หลัง หรือโชว์ช้างใด ๆ
แต่ในทางกลับกัน
นักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่นี่จะได้เรียนรู้การเสียสละเพื่อช้าง
ด้วยการปลูกพืชปลูกอาหารช้าง อาบน้ำให้ช้าง
เรียกว่าลองมาทำอะไรเพื่อช้างบ้าง
ในฐานะที่ช้างทำเพื่อคนในประเทศมามากแล้ว”
นกยูงไม่ได้อยากจะเปรียบเทียบว่า
ในช่วงที่ผ่านมา..
ทำไมเราถึงให้ความสำคัญกับแพนด้ามากกว่าคุณช้าง
เพราะนกยูงเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมกับความน่ารัก
และอดให้ความเอ็นดูกับน้องหลินปิงไม่ได้เลย
แต่นกยูงแค่ไม่อยากให้พวกเราหลงลืมไปว่า
นอกจากแพนด้าแล้ว ในโลกนี้
โดยเฉพาะในประเทศไทยของเราเองนี้ยังมีสัตว์อื่น ๆ
ที่รอความเมตตาจากสัตว์ผู้ประเสริฐกว่า..อย่างมนุษย์เราอยู่
ช่วยแบ่งปันความรักความเอ็นดูมาให้เค้าบ้างนะคะ
..ทั้งนี้ ถ้าเพื่อน ๆ มีโอกาส
ขอขอบคุณนิตยสาร Secret นะคะ
ทั้งในเรื่องข้อมูลและการเปิดโอกาสให้เราได้ทำความดี
และหากเพื่อน ๆ ต้องการทราบรายละเอียด
ของบ้านพัก ช.ช้างชรา สามารถเข้าไปดูได้ที่ ...
http://www.elephantsworld.org/th/index.php?option=com_content&view=frontpage&Itemid=80&lang=th
ป.ล.
ได้แวะพาลูกน้องเป็ด คือ อุ้ย
ไปเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว
ก็เลยเก็บภาพสะพานมาฝากด้วยค่ะ
น่าหาโอกาสไปเยี่ยมชมมากๆเลย
อยากไปเล่นกับช้าง อาบน้ำให้ช้าง ^^
ส่วนตัวชอบช้างมากมาย...
ไม่รู้เพราะอะไรค่ะ
ว่างๆ ว่าจะหาโอกาสไปถ่ายช้างเหมือนกันค่ะ...
ยิ้มม
ปรากฎว่า หายหมด เซ็งหัวใจอย่างแรง
น่าไปบ้างจังค่ะ
เขารับแค่ปีละครั้งเหรอคะ
น่ารักกันมากๆ
ได้ทำบุญเพื่อช้าง
ช้างน่าสงสารออกค่ะ
คิมไม่ชอบแพนด้าหรอกค่ะ
มันชอบหนีเที่ยวผับ ตาดำกลับมาบ้านทุกคืน
ฮ่าๆๆๆๆ
ไม่ใช่หรอกค่ะ ชอบสัตว์ทุกชนิดแหละค่ะ
แต่จะให้ความสำคัญกับสัตว์ที่ยากไร้และต้องการความช่วยเหลือมากกว่า ชนิดที่คนชอบเห่อกันอ่ะค่ะ
แต่ก้ยังมีบ้างส่วนยังเร่ร่อนอยุ่
คือแบบว่า ได้รับหนังสือที่ส่งมาให้แล้ว (บอกช้าไปนิสเนิงงง)
.
.
.
.
ขอบคุณสำหรับน้ำมิตรไมตรีจิตนะครับ อิอิ
ความแค้นต้องทดแทนฉันใด บุณคุณครั้งนี้ ก็จะไม่ลืมเลือนเช่นกัน
แล้วไว้เจอกันจ้า ^^
เห็นด้วยที่พูดถึงแพนด้ากับช้างนะค่ะ เพราะเป็นความรู้สึกแบบ
เดียวกัน ภัทรเองก็รักสัตว์อยู่แล้ว แต่บางครั้งเราเห็นการดูแล
ที่ไม่เท่าเทียมกันมันก็ทำให้เกิดการเปรียบเทียบอยู่เรื่อยๆ
ทุกวันนี้ยังเห็นช้างเดินเร่ตามถนนอยู่เลย สงสารช้างจังค่ะ
เห็นด้วยที่พูดถึงแพนด้ากับช้างนะค่ะ เพราะเป็นความรู้สึกแบบ
เดียวกัน ภัทรเองก็รักสัตว์อยู่แล้ว แต่บางครั้งเราเห็นการดูแล
ที่ไม่เท่าเทียมกันมันก็ทำให้เกิดการเปรียบเทียบอยู่เรื่อยๆ
ทุกวันนี้ยังเห็นช้างเดินเร่ตามถนนอยู่เลย สงสารช้างจังค่ะ
ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญของประเทศไทย
รักช้างไทยมากกว่าสิ่งใด
กิจกรรมดีจังเลย :)
สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้านะค่ะ (^v^)
ได้ของขวัญปีใหม่จากฉันแล้วใช่ไหมค่ะ
คิดถึงๆ
ไม่แน่ใจว่าคุณนกยูงได้รับเรียบร้อยหรือเปล่า
ส่วนรายละเอียดการโอนปัจจัยร่วมบุญด้วยกัน
ฉันก็แจ้งไปทางอีเมลล์แล้ว
หากไม่ได้รับ ช่วยแจ้งให้ทราบด้วยนะคะ
จำนวนพิมพ์ทั้งหมดที่ฉันรวบรวมได้คือ 5,000 เล่ม
ตอนนี้แจกจ่ายออกไปเกือบหมดแล้ว
คุณนกยูงร่วมอนุโมทนาด้วยกันนะคะ
ูู^__________________________________________________^
ป.ล. หากเพื่อนฝูงของคุณนกยูงสนใจจะร่วมบุญด้วยกัน
ฉันกำลังรวบรวมบอกบุญพิมพ์รอบใหม่
รอบนี้ราคาพิมพ์หนังสือสวดมนต์อยู่ที่เล่มละ 13 บาทค่ะ
ปิดรับรายชื่อวันที่ 20 มกราคม ค่ะ
จะได้แจกจ่่ายทันช่วงตรุษจีน :)
ส่วนตัว ยุ่งๆ จนลืมสวัสดีปีใหม่ ขอให้คุณนกยูง พร้อมครอบครัว และเพื่อนสนิท มีความสุข สุขภาพแข็งแรง แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง คิดสิ่งใดสมปรารถนาเช่นกันค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
หายไปเลย
เห็นพี่ช้างแล้วสงสารจังเลยค่ะ
ภัทรได้รับโปสการ์ดกับหนังสือธรรมะแล้วนะคะ
ขอโทษด้วยค่ะที่มาบอกช้า พอดีน้าภัทรเค้ารับไว้แต่ไม่ได้บอกภัทร
กว่านู๋จะรู้ตั้งนาน ขอบคุณพี่นกยูงมากๆนะคะ
ปล.พี่เป็นอะไรรึปล่าวคะ ไม่สบายใจเรื่องอะไรรึปล่าว
หลังไมค์มาคุยกับภัทรได้น๊า คิดถึงพี่สาวเสมอนะคะ
ก่อนวาเลนไทน์...ในช่วงบ่ายแก่ๆของศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์...เราได้รับแจ้งจากพี่หมึก ภูผาตาด โฮมสเตย์เพื่อการอนุรักษ์และการทำโป่งเทียม โดยให้ข้อมูลว่าทางศูนย์อนุรักษ์ช้างกาญจนบุรีหรือที่รู้จักในนาม บ้าน ช.ช้างชรา ได้ทำหนังสือแจ้งขอความช่วยเหลือมา พี่หมึกจึงดำเนินการให้โดยด่วน จากนั้นแจ้งให้เราทราบ
แต่!!! เราพบว่าสิ่งที่ขอมาพอเพียงสำหรับช้าง 1 เชือกในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น ในระยะยาวน่าจะต้องการความช่วยเหลือมากกว่านี้...มากและมากกว่า...เพื่อการดูแลช้างชราและช้างป่วยอย่างยั้งยืน...
จากข้อเขียนในเว็บไซด์ของหมอช้างคนนี้ http://www.elephantsworld.org ได้สะท้อนความคิดเห็นบางอย่างที่อาจจะทำให้เชื่อได้ว่าต้องการดูแลช้างชราและช้างป่วยอย่างจริงจัง...
" จากประสบการณ์ในการทำงาน ผมเองก็รู้สึกว่าช้างไทยของเรายังมีคุณภาพชีวิตที่ไม่สู้ดีสักเท่าไหร่นัก อีกทั้งสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง จากวันผ่านเป็นเดือนจากเดือนผ่านเป็นปี พยายามคิดว่าเราในฐานะหมอ เราจะช่วยช้างได้อย่างไร ในที่สุดก็รวบรวมเงินทอง บางส่วนหยิบยืมจากทางบ้านบ้าง เพื่อนฝูงบ้าง เพื่อตั้ง ศูนย์อนุรักษ์ช้างกาญจนบุรีหรือที่รู้จักใน บ้าน ช.ช้างชรา ขึ้นมา เพื่อนร่วมงานของผมหลายคน เคยถามผมว่า หมอจะทำไปเพื่ออะไร ทำแล้วหมอได้อะไร ทำไมหมอไม่เอาเวลาไปวิ่งเต้นตำแหน่งหน้าที่การงานของหมอให้สูงขึ้น...คำถามเหล่านี้ กระผมไม่มีคำตอบ แต่ถ้าถามว่าผมทำแล้วช้างได้อะไร ประเทศไทยได้อะไร สองคำถามนี้ผมมีคำตอบครับ อย่างน้อยก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยช้างไทยของเราได้ครับ "
เพียงข้อความนี้ หากหมอช้างคนนี้ตั้งใจจริงกับสิ่งที่เขาคิดจะทำ...ก็ถือว่าน่าให้การสนับสนุน...
และเชื่อว่า...หากหมอช้างคนนี้มีความจริงใจในการดำเนินการ...สิ่งที่เขาคิดคงจะสำเร็จได้ในไม่ช้า...กาลเวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ตัวเขาเอง...
หากเขาไม่มุ่งหวังเพื่อประโยชน์ส่วนตน!!!...หากไม่ใช่กระทำเหมือนกับผู้ที่เสแสร้งช่วยเหลือช้างทั่วไป!!!...ซึ่งในจังหวัดกาญจนบุรีมีให้เห็นมากมาย... ที่หวังรายได้จากการบริจาคของมูลนิธิต่างประเทศ การถ่ายทำสารคดี หรือการท่องเที่ยว...
...หลังจากได้อ่านข้อมูลของหมอช้างคนนี้จากเว็บไซด์ของเขา +ทวิสเตอร์และข้อมูลที่ผู้คนหลากหลายโพสไว้ในทุกๆที่ทุกๆหน้าเท่าที่จะค้นเจอ จึงอยากเผยแพร่เรื่องราวนี้ให้ผู้คนได้รับรู้...เพราะเชื่อเอาเองว่า...เรื่องนี้มีสาระ...
"...บ้านช.ช้างชรา ปัจจุบันมีช้างรวม 10 เชือก และในอนาคตน่าจะมีช้างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาหารช้างจึงจำเป็นมาก ดังนั้นจึงต้องมีการปลูกพืชอาหารช้างขึ้นมา โดยขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัครทั่วประเทศเพื่อช่วยปลูกตลอดจนทุนในการปลูกพืช โดยคำนึงถึงพืชที่ให้ประโยชน์ เช่น กล้วย อ้อย ข้าวโพด หญ้าบาน่า สับปะรด และในปัจจุบันอาหารที่ปลูกยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของช้าง จำเป็นที่จะต้องเพิ่มพื้นที่ปลูกให้มากยิ่งขึ้น..."
ปัจจุบันบ้านช.ช้างชรา ต้องการแผงโซล่าเซลเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า...อาจจะเป็นเพราะไม่มีแม้แต่ไฟ้ฟ้าที่จะใช้ในการดูแลช้างก็เป็นได้...อีกทั้งมีรายรับพอดีกับค่าใช้จ่ายในแบบเดือนชนเดือน...ซึ่งในอนาคตอันใกล้หรือในอีกไม่กี่เดือนเชื่อว่าค่าใช้จ่ายน่าจะสูงกว่ารายได้อย่างแน่นอน...
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.elephantsworld.org หรือติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงได้ที่ นายสัตวแพทย์สามารถ ประสิทธิ์ผล โทร. 081-63-222-58
และหากผู้สนใจจะอนุเคราะห์ทั้งกำลังคน กำลังเงิน หรืออาหารก็จะเป็นการดี หากยังไม่มี...ก็เพียงช่วยกันแจ้งข้อมูลนี้ให้กับคนอื่นๆต่อๆไป...เพราะยังมีผู้คนอีกมากมายที่ช่วยเหลือได้...แต่ยังไม่ได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้...
ขอขอบคุณล่วงหน้าแทนช.ช้างชรา มา ณ โอกาสนี้
Panorama Geography
***ข้อมูลจาก http://www.panoramatown.com/phuphatat***
คิดถึงๆ
คิดถึงๆ